Oops! It appears that you have disabled your Javascript. In order for you to see this page as it is meant to appear, we ask that you please re-enable your Javascript!

Lens

ประเภทของเลนส์ เลนส์ส่วนใหญ่จะถูกแบ่งประเภทตามทางยาวโฟกัส (เลขที่อยู่ในชื่อเลนส์)
เช่น เลนส์ canon EF-S 18-55 แปลว่าเป็นเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสในช่วง 18mm-55mm (ซูมได้)
ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจหลักการอะไรมันมาก แต่รู้แค่ว่า เลขยิ่งน้อยองศารับภาพยิ่งมาก (มองได้กว้างแต่ไกล)
ในทางตรงข้าม เลขยิ่งมากยิ่งมองได้ไกล แต่องศาจะแคบลง

Normal zoom คือเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสอยู่ที่ประมาณ 20-100mm เอาไว้ใช้งานอเนกประสงค์ได้หลายอย่าง ตัวอย่างเช่น 24-105 f4 Tele zoom คือเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสอยู่ที่ประมาณ 100mmขึ้นไป เลขยิ่งเยอะยิ่งซูมได้เยอะ ส่วนใหญ่จะใช้ถ่ายอะไรที่เราเข้าใกล้ไม่ได้ เช่นกีฬาในสนาม หรือส่องสัตว์ ตัวอย่างเช่น 70-200 f2.8
Wide คือเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสอยู่ที่ประมาณ 20mmลงไป เลขยิ่งน้อยยิ่งมองได้กว้าง ส่วนใหญ่นิยมใช้ถ่าย Landscape เพราะมันเก็บทัศนียภาพมาได้ครบถ้วน แต่ถ้ากว้างมากๆจะทำให้ภาพที่ออกมาขอบเบี้ยวๆหน่อย ตัวอย่างเช่น 10-22 F3.5-4.5 Fixed คือเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสแค่ค่าเดียว(ซูมไม่ได้) นิยมใช้ถ่าย potrait เช่น 50 f1.8
เพิ่มเติม Macro เป็นเลนส์ที่นิยมเอาไว้ถ่ายอะไรใกล้ๆเพื่อเก็บรายละเอียด(กันทุกเม็ด) เช่น 60 f2.8 Macro

จากคุณสมบัติต่าง ๆ ของเลนส์ที่กล่าวมาแล้ว จึงพอจะแบ่งเลนส์ออกตามคุณสมบัติของเลนส์ได้ดังนี้ คือ
1. เลนส์มาตรฐาน ( Standard Lens ) หมายถึง เลนส์ที่ใช้ถ่ายภาพตามสถานที่มองเห็นทั่วไป โดยไม่หวังผลพิเศษอะไร เหมาะสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์หรือภาพทั่ว ๆ ไป เลนส์มาตรฐานที่ติดมากับกล้องโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะมีความยาวโฟกัส 50 มิลลิเมตร

2. เลนส์มุมกว้าง ( Wide – angle Lens ) เป็นเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสสั้นกว่าเลนส์มาตรฐาน หรือเลนส์ที่ใช้ถ่ายภาพปกติธรรมดาทั่ว ๆ ไป ฉะนั้น การใช้เลนส์มุมกว้างถ่ายภาพจึงครอบคลุมพื้นที่ได้มากกว่าเลนส์ทั่วไป และยังได้ระยะชัดลึกตลอดทั้งภาพ คือชัดตั้งแต่ระยะใกล้ไปจนถึงไกลสุด แต่ภาพที่ได้จะมีความผิดเพี้ยนในเรื่องของขนาดของภาพวัตถุที่ถ่าย เนื่องจากสิ่งที่อยู่ใกล้จะใหญ่ขึ้นไม่ได้สัดส่วนกับส่วนที่อยู่ไกล เลนส์มุมกว้างส่วนใหญ่จะใช้ถ่ายในสถานที่ที่จำกัด ที่ไม่สามารถจะตั้งกล้องให้ห่างจากวัตถุที่ต้องการถ่ายได้มากนัก เช่น การเก็บภาพสิ่งก่อสร้างสูง ๆ ที่ต้องการให้อยู่ในภาพทั้งหมด แต่ไม่สามารถจะหามุมได้ เพราะติดสิ่งกีดขวาง เช่น กำแพง แม่น้ำ ฯลฯ เป็นต้น

3. เลนส์ถ่ายไกล ( Telephoto Lens ) เป็นเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสมากกว่าเลนส์มาตรฐาน จึงครอบคลุมพื้นที่การถ่ายได้น้อยกว่า อาจเรียกเลนส์ชนิดนี้ได้อีกอย่างหนึ่งว่า เลนส์มุมแคบ ( Narrow angle Lens) ข้อดีของเลนส์ถ่ายไกลก็คือ สามารถที่จะถ่ายภาพวัตถุที่อยู่ไกล ๆ ได้เสมือนว่าวัตถุนั้นเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ คือ ขยายภาพที่อยู่ไกลให้ชัดขึ้นนั่นเอง ภาพในลักษณะนี้เช่น การถ่ายภาพสัตว์ป่า การถ่ายภาพการแข่งขันกีฬา ฯลฯ เลนส์ถ่ายไกลยังอาจจะแบ่งออกได้อีก 2 ชนิด คือ เลนส์ถ่ายไกลชนิดปานกลาง ( Medium telephoto lenses ) มีความยาวโฟกัสอยู่ระหว่าง 75 – 200 มิลลิเมตร และเลนส์ถ่ายไกลชนิดพิเศษ ( Special long telephoto lenses ) จะเป็นเลนส์ที่มีความยาวโฟกัสมากกว่า 250 มิลลิเมตร ขึ้นไป

4. เลนส์ตาปลา ( Fisheye Lens ) เป็นเลนส์ที่มีลักษณะคล้ายตาของปลาที่ว่ายอยู่ในน้ำ กินมุมในระยะถ่ายภาพได้กว้างมากถึง 180 องศา มากกว่าเลนส์ทุกชนิด จึงมีช่วงความชัดลึกมากกว่าเลนส์อื่น เลนส์ชนิดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการภาพในลักษณะพิเศษที่ผิดไปจากภาพอื่น ๆ เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น เพราะเลนส์ชนิดนี้สามารถจะให้ภาพขนาดสี่เหลี่ยมเต็มขนาดฟิล์ม หรือให้ภาพเป็นวงกลมบนฟิล์มได้ วัตถุที่ถูกถ่ายจะมีขนาดใหญ่มาก

5. เลนส์ซูม ( Zoon Lens ) เป็นเลนส์ที่สามารถเปลี่ยนความยาวโฟกัสได้หลายค่าในตัวเดียวกัน คือ เป็นทั้งเลนส์มุมกว้าง เลนส์มาตรฐาน และเลนส์ถ่ายไกล ในตัวเดียวกัน ฉะนั้นจึงเป็นเลนส์ที่มีราคาค่อนข้างสูงกว่าเลนส์ชนิดอื่นๆ ผู้ใช้จึงมีความสะดวกสบายกว่าไม่ต้องเคลื่อนย้ายหาตำแหน่งในการถ่ายภาพมากนัก แต่เลนส์ซูมก็มีข้อด้อย คือ มีน้ำหนักมาก เพราะประกอบด้วยชุดของเลนส์มากกว่าตัวเดียว ช่อง
รูรับแสงที่กว้างสุดของเลนส์ซูมยังแคบกว่าเลนส์ความยาวโฟกัสเดียว และอาจเกิดปัญหาภาพผิดสัดส่วนได้มากกว่า โดยเฉพาะบริเวณขอบภาพ

6. เลนส์มาโคร ( Macro Lens ) เป็นเลนส์ที่ใช้ถ่ายวัตถุขนาดเล็กมาก ๆ ขยายให้ใหญ่ขึ้นได้คล้ายกับเลนส์ถ่ายใกล้ แต่เลนส์มาโครนี้เป็นเลนส์ที่สามารถถ่ายภาพวัตถุที่อยู่ใกล้มาก ๆ ประมาณ 1 – 1. 5 ฟุต
บางทีเรียกว่า เลนส์ไมโคร ( Micro Lens ) ก็มี
นอกจากเลนส์ทั้ง 6 ชนิดที่กล่าวมาแล้ว ปัจจุบันได้มีการผลิตเลนส์เพื่อสนองการทำงานขึ้นมาอย่างหลากหลายชนิด เช่น เลนส์ถ่ายภาพนุ่มนวล ( Soft focus Lens ) เลนส์มิเรอร์ ( Mirror Lens ) เลนส์วีเอฟซี ( VFC : Variable Field Curvature Lens ) ฉะนั้นผู้ใช้จึงควรศึกษาคุณสมบัติของเลนส์แต่ละชนิดให้ดี เพื่อจะได้ผลของงานตามต้องการ

7. เลนส์ fixed จะเป็นลักษณะของเลนส์ ซึ่ง Focal Length จะคงที่ หรือเรียกภาษาชาวบ้านคือเลนส์ ช่วงเดียว ไม่สามารถซูมเข้า ซูมออกได้ถ้าอยากจะซูม หรือให้ภาพกว้างขึ้นก็ เดินหน้า ถอยหลังเอาเอง คุณสมบัติเด่นของเลนส์ fixed คือภาพถ่ายที่ได้จะมีความคมชัดมากกว่าเลนส์ช่วงปกติ ค่ารูรับแสงจะมีมากกว่า เลนส์ทั่วๆไป ซึ่งเลนส์ทั่วไป จะมี F3.5 แต่เลนส์ Fixed ส่วนใหญ่แล้วกว้างถึง F/1.2 1.4 1.8 เลยที่เดียว

ข้อดีของรูรับแสงกว้าง คือ รูรับแสงจะเปิดช่องรับแสงเข้ามามาก รูรับแสงยิ่งกว้างแสงก็ยิ่งเข้ามา ซึ่งจะทำให้ชัตเตอร์นั้น เร็วขึ้นและข้อดีของรูรับแสง อีกก็คือ ฉากหลังจะละลายเบลอสวยมาก ทำให้ภาพวัตถุที่ถ่ายนั้นเด่นสวยขึ้นมาทันทีก ทำให้ภาพวัตถุที่ถ่ายนั้นเด่นสวยขึ้นมาทันที

Which camera brand do you using?

View Results



6 Tips อัพความสามารถของเลนส์ที่มีให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด
1. ลองใช้เลนส์นั้นๆแบบระยะยาว
2. ถ่ายด้วยทุกค่ารูรับแสงที่มี
3. ลองถ่ายด้วยช่วงยาวโฟกัสที่ต่างกัน
4. ลอง Zoom ด้วยการเดินดูบ้าง
5. ลองถ่ายหลายๆแนว
6. ประยุกต์กับการจัดองค์ประกอบ

 

ภาพถ่าย คืองานศิลปะที่ผสมผสานระหว่างแสงและเงา ภาพต่างๆ ที่เราเห็นนั้นมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าแสงจะตกกระทบลงบนตัวแบบอย่างไร
– Ryosuke Takahashi –

/ เจบี
IG @boonpub
fb.me/JeremyBoonpub


Camera

กล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์เสริม

Related Categories